หนุ่มทหารเกณฑ์แค้นถูกแจ้งจับ บุกยิงแฟนเก่า โดนสาวอีกคนขณะอุ้มทารก

หนุ่มทหารเกณฑ์แค้นถูกแจ้งจับ บุกยิงแฟนเก่า โดนสาวอีกคนขณะอุ้มทารก

หนุ่มทหารเกณฑ์แค้น ถูกอดีตแฟนสาวแจ้งความจับ กักขังหน่วงเหนี่ยวและข่มขืนกระทำชำเรา พาลมายิงถล่มถึงหน้าบ้าน กระสุนเจาะกลางหลังสาวแม่ลูกอ่อนอีกคนที่พยายามอุ้มลูกวัยสองเดือนวิ่งหนีตาย บาดเจ็บสาหัส ก่อนขี่รถหลบหนี ตำรวจเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี

วันที่ 7 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรท่าม่วง รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ช่วงเวลา 20.45 น. วันที่ 6 ก.พ. บริเวณร้านทำเล็บนินนี่ช็อป ภายในซอยบ้านแขก ตำบลท่าม่วง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี บริเวณตรงข้ามร้านจำหน่าย ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิขุนรัตนาวุธ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บสาหัสเป็นหญิงสาว ถูกยิงเข้าที่บริเวณกลางหลัง 1 นัด พลเมืองดีช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว

ส่วนมือปืนที่ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ หลบหนีออกไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึงไม่นาน

สอบถาม น.ส. นิทศาญา มานะสันทัตชาติ อายุ 31 ปี เจ้าของร้านที่เกิดเหตุ ให้ข้อมูลว่า มือปืนที่ลงมือก่อเหตุ เป็นแฟนเก่าของน้องสาว ชื่อนายเปา ซึ่งเป็นทหารเกณฑ์อยู่ที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี

นายเปา ผู้ก่อเหตุเป็นคนอารมณ์ร้อน ขี้ระแวงและขี้หึง ชอบใช้กำลังทำร้ายน้องสาวของตน ตลอดเวลาที่คบหากัน ทำให้น้องสาวของตนพยายามบอกเลิกและตีตัวออกห่าง แต่นายเปาไม่ยอมเลิกและมักจะตามก่อกวนอยู่เป็นประจำ ทั้งการโทรศัพท์มาก่อกวน การพยายามตามมาหาทั้งที่บ้านซึ่งเปิดเป็นร้านทำเล็บและรังควาญถึงที่ทำงานของน้องสาว

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564 นายเปาไปดักรอน้องสาวของตนที่เข้าเวรดึกถึงที่โรงงาน ก่อนจะฉุดน้องสาวของตนขึ้นรถและพาออกไปจากหน้าโรงงาน ตนพยายามติดต่อและออกตามหาน้องสาวทั้งคืน แต่ก็ตามไม่เจอ

กระทั่ง ช่วงเช้ามืดวันที่ 27 มกราคม นายเปาจึงปล่อยตัวน้องสาวของตนกลับบ้าน เมื่อตนเจอน้องสาวจึงได้สอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนทราบว่าน้องสาวถูกนายเปามาดักฉุดพาตัวไปจากโรงงานและพาไปกักขังก่อนลงมือปลุกปล้ำ

เมื่อตนทราบเรื่องแล้ว จึงพาน้องสาวเข้าไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรท่าม่วง เพื่อดำเนินคดีกับนายเปา ในข้อหากักขังหน่วงเหนียวและข่มขืนกระทำชำเรา ส่วนนายเปาทราบเรื่องว่าถูกแจ้งความจับ ก็เกิดความไม่พอใจและพยายามโทรศัพท์เข้ามาต่อว่าตนและน้องสาว แต่ตนก็ไม่ได้สนใจและพยายามเลี่ยงที่จะไม่รับโทรศัพท์

กระทั่ง เมื่อช่วงหัวค่ำ เวลาประมาณ 20.30 น. เหตุเกิดหลังจากที่ตนปิดร้านและเดินทางกลับไปพักผ่อนที่บ้าน เหลือเพียงน้องสาวของตน พร้อมด้วยน้องชายและภรรยาของน้องชาย นั่งกินหมูกระทะกันอยู่ภายในร้าน

นายเปาได้ขี่รถเข้ามาหาน้องสาวของตนถึงที่ร้าน พร้อมพยายามจะพูดจาขอให้น้องสาวของตนไปถอนแจ้งความ ด้วยความตกใจ น้องสาวของตนจึงโทรศัพท์มาหาตนพร้อมเปิดกล้องให้ตนเห็นเหตุการณ์ จากนั้น ตนจึงได้รีบแค็ปภาพเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะวางสายจากน้องสาวและพยายามจะโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แต่ไม่นานนัก น้องสาวก็โทรมาแจ้งว่า นายเปาใช้อาวุธปืน ยิงขู่ที่หน้าร้าน 1 นัด ก่อนจะรัวยิงเข้ามาภายในร้านอีก 3 นัด ซึ่งน้องสาวและน้องชายของตนพร้อมด้วยน้องสะใภ้ พยายามวิ่งหลบหนีเอาชีวิตรอด

ปรากฏว่าน้องสะใภ้ ชื่อ นางสาวชนิภรณ์ พรมมิ อายุ 23 ปี ถูกยิงจังหวะอุ้มลูกสาววัยสองเดือนที่นอนหลับอยู่บนโซฟา วิ่งหนีเอาชีวิตรอด กระสุนเข้าที่กลางหลังจนล้มลงกองกับพื้น ก่อนที่นายเปาผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ล่าสุด แพทย์ช่วยเหลือน้องสะใภ้ของตนจนอาการปลอดภัยดีแล้ว ซึ่งนับว่าโชคดีที่น้องสะใภ้ของตนพร้อมด้วยลูกน้อยวัยสองเดือนไม่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตนอยากจะขอวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวนายเปา ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เพราะเกรงว่า นายเปาอาจจะหวนกลับมาก่อเหตุซ้ำอีกและคนในครอบครัวของตนอาจจะได้รับอันตรายจนถึงแก่ชีวิตก็ได้