ไปไม่กลับ! หนุ่มประกัน วัย 35 ขอเพื่อนกลับบ้านไปเอาเงิน ก่อนขี่จยย.ชนรั้วดับสลด

ไปไม่กลับ! หนุ่มประกัน วัย 35 ขอเพื่อนกลับบ้านไปเอาเงิน ก่อนขี่จยย.ชนรั้วดับสลด

หนุ่มประกัน วัย 35 ขอเพื่อนกลับบ้านไปเอาเงิน ก่อนขี่จยย.ชนรั้วสังกะสีดับสลด ชาวบ้านที่เกิดเหตุเผยนาทีชนได้ยินเสียงโครมดังสนั่น

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 29 ม.ค. 2564 ร.ต.อ.กฤษณะ กิมไพศาล รอง.สว.(สอบสวน) สน.ท่าข้าม ได้รับแจ้งว่ามีผู้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ภายในซอย ย่านโรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ซอยที่ 8 พระรามที่ 2 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และนำกำลังตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นรั้วสังกะสีสีเขียว ความยาวรั้วประมาณ 50 เมตร ล้อมรอบที่ดินว่างเปล่า ส่วนบริเวณข้างรั้วสังกะสี พบร่องรอยการถูกเฉี่ยวชนสังกะสีเปิดออกจนเห็นคานไม้ และเป็นรอยทางยาวอีกประมาณ 5 เมตร พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย สภาพนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้นถนน สวมเสื้อยืดแขนสั้นคอกลมสีส้ม กางเกงขายาวสีดำ ไม่สวมรองเท้า

ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายไพศาล อายุ 35 ปี เจ้าหน้าที่ประกันภัยของบริษัทแห่งหนึ่ง ใบหน้ามีบาดแผลถลอกหลายแห่ง มีเลือดไหลออกทางปากและจมูก หน้าผากมีร่องรอยการกระแทกอย่างแรง บริเวณลำตัว แขน และขา มีร่องรอยถลอกหลายแห่ง ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110ไอ สีขาวแดง ทะเบียน ฬพฉ 597 กรุงเทพมหานคร ล้มตะแคงอยู่กับพื้นถนน มีร่องรอยถลอกจากการเฉี่ยวชน

สอบถาม น.ส.จำนงค์ อายุ 49 ปี พักอาศัยอยู่บ้านเช่าใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ กล่าวว่า ขณะนั่งดูทีวีอยู่ในห้อง ได้ยินเสียงดังโครมดังมาก จึงเดินออกมาดูว่าเสียงอะไร พบว่ามีรถจักรยานยนต์ล้มแล้วชนกับรั้วสังกะสีข้างทาง มีผู้บาดเจ็บนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้นถนน และมีคนที่ขับผ่านไปมาจอดดูและเข้าช่วยเหลือ กระทั่งพบว่าเสียชีวิตแล้ว แต่ตนไม่กล้าเข้าไปดูใกล้ๆ

ด้านนายสมัชชา อายุ 31 ปี เพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนกับผู้เสียชีวิตและเพื่อนคนอื่นนั่งดื่มกินอยู่ด้วยกัน ต่อมาผู้เสียชีวิตขอกลับเข้าบ้านไปเอาเงิน แล้วจะมาหาใหม่ ผ่านไปประมาณ 20 นาที ตนจึงให้น้องอีกคนขี่รถตามออกมาดู พอมาถึงจุดเกิดเหตุก็เห็นคนมุงดูอะไรบางอย่าง และเห็นกำลังปั๊มหัวใจกัน เมื่อชะลอดูก็เห็นเสื้อสีส้มคุ้นๆ จึงเดินไปดูใกล้ๆ จนรู้ว่าเป็นนายไพศาล น้องก็โทรกลับมาบอกตน

ต่อมาญาติผู้เสียชีวิตเดินทางมาถึง ต่างร้องไห้เสียใจ และกล่าวทั้งน้ำตาว่า นายไพศาลบ่นเครียด เรื่องจะโดนย้ายสาขาไปอยู่ที่ต่างจังหวัด และกังวลเรื่องขับรถยนต์ไม่เป็น วันนี้ตั้งแต่เช้านั่งเงียบไม่พูดจากับใคร กระทั่งช่วงเย็นเห็นว่าออกมาข้างนอก ไม่รู้ว่าไปไหน พอมารู้อีกทีก็มีเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน โทรบอกว่าเกิดอุบัติเหตุ จึงนั่งวินรถจักรยานยนต์มาดูที่เกิดเหตุทันที

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบันทึกภาพจุดเกิดเหตุและสภาพแวดล้อมไว้เป็นหลักฐาน และตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุอีกครั้ง โดยแพทย์นิติเวชได้มอบให้ทางอาสาสมัครนำร่างส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ศิริราช ก่อนจะให้ญาติมาติดต่อขอรับศพไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป