เมียเฒ่ายอมรับ ผัวข่มขืนเด็กพิการทางสมองจริง ลงโทษที่เด็กขโมยเงิน เพราะไม่อยากทุบตี

วันที่ 26 ส.ค.63 กรณีครอบครัวหนึ่ง ในตำบลเมืองไผ่ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ร้องผ่านสื่อว่า เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังจากหลานอายุ 14 ปี ซึ่งเป็นเด็กพิการทางสมอง อาศัยอยู่กับลุงและป้ามาตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อแม่แยกทางกัน ถูกนาย ช. อายุ 65 ปี คนบ้านเดียวกันข่มขืน จนเด็กตั้งท้องได้ 5 เดือนกว่าจะรู้ ก่อนจะเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.กระสัง อ.กระสัง ผ่านไปอีก 2 เดือนจนอายุครรภ์เด็กได้ 7 เดือน คดีไม่คืบหน้า เกรงว่าจะเป็นไปตามที่ลุง 65 ปี คุยไว้ในหมู่บ้านว่า “ข่มขืนเด็กพิการไม่มีความผิด” 

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านนาย ช. แต่ไม่พบ เจอเพียงนางสาย เจ้าของร้านจำหน่าย ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ (นามสมมุติ) ภรรยานาย ช. ได้พาผู้สื่อข่าวไปดูห้องที่สามีข่มขืนเด็ก ว่าทั้งหมดเป็นเรื่องจริง พร้อมกับระบุด้วยว่า ปกติเด็กจะมาเล่นที่บ้านเป็นประจำ ส่วนใหญ่จะมาขอบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกิน แล้วให้ตาเป็นคนต้มน้ำให้ เคยซื้อเสื้อผ้า รองเท้าให้ เพราะบ้านที่เด็กอาศัยอยู่มีฐานะยากจน ให้กินอยู่บ้างเพราะสงสาร เนื่องจากเด็กไม่สมประกอบ

หลังจากเรื่องแดงขึ้น ผู้ใหญ่บ้านได้เรียกสามีไปสอบถาม กระทั่งมีการาเจรจาถึงการชดใช้ค่าเสียหาย พร้อมกับจะรับเด็ก และหลานที่จะคลอดออกมา เอามาเลี้ยง เพราะตนกับสามีไม่มีลูก แต่ผู้ปกครองเด็กไม่ยอม
ซึ่งจากการสอบถามสามี ก็ยอมรับว่าทำจริง สาเหตุเพราะต้องการลงโทษ ที่เด็กไปขโมยเงิน ไม่อยากทุบตีเพราะสงสาร กะว่าจะทำโทษเพียงครั้งเดียวให้เข็ดหลาบ แต่เด็กกลับมาหาที่บ้านอีกเป็นประจำ จึงต้องทำต่อ ทั้งหมดไม่ได้ตั้งใจที่จะทำจนเด็กต้องท้องถึง 7 เดือน