เปิดคำรับสารภาพหนุ่มหึงโหดยิงเมีย-แม่-พี่สาวดับ3ศพ


นครพนม-“ผมไม่คิดหนี”เปิดคำรับสารภาพหนุ่มหึงโหดยิงเมีย-แม่-พี่สาวดับ3ศพ ปมหึงหวง กลัวฝ่ายหญิงคืนดีสามีเก่า

ความคืบหน้าคดีฆ่า3ศพท้องที่สภ.เมืองนครพนม ผู้ลงมือก่อเหตุคือ นายนภดล น่วมสำลี อายุ 41 ปี พนักงานโรงงานกล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ชาวจังหวัดชลบุรี ยิงอดีตแฟนสาว แม่และพี่สาวของอดีตแฟน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3ก.ค.63เวลา 15.00น. ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายนภดลได้หลังเกิดเหตุไม่นาน เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ตั้ง 2 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

นายนพดลรับสารภาพในชั้นจับกุมว่า ไม่มีเจตนาหลบหนีหลังก่อเหตุเป็นช่วงที่เวลาลูกสาววัย8ขวบ เลิกเรียนจึงขับรถจักรยานยนต์ของแม่และพี่สาวอดีตแฟน ไปรับลูกสาวที่โรงเรียนก่อน ทำไปเพราะความหึงหวงภรรยาจะกลับไปคืนดีกับสามีเก่า ทีแรกหลังก่อเหตุ คิดจะฆ่าตัวตายตาม แต่สงสาสารลูกสาว จึงขอมอบตัวรับโทษ

ปมที่มาของการก่อเหตุ ก่อนนี้เมื่อสองปีที่ผ่านมา แฟนสาวเคยมีสามีมีลูกด้วยกัน 1 คน เป็นชาย ปัจจุบันอายุ 5 ขวบ ส่วนตัวเองมีลูกกับภรรยาคนเก่า เลิกรากันไป เป็นลูกสาว อายุ 8 ขวบ พบกันที่พัทยาเพราะฝ่ายหญิงไปทำงาน จึงรู้จัก คบหากัน ได้ประมาณ 1 ปี แต่มีปัญหาทะเลาะกันไปทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิงจึงหนีกลับมาอยู่บ้านจ.นครพนม ต่อมาตนได้ ติดตามมาง้อขอคืนดี และได้ไปขอโทษ พ่อแม่ แฟนสาวที่ตาย และมาอยู่ด้วยกัน ในบ้านเช่าที่บ้านเอื้ออาทรได้5-6 เดือน และนำลูกสาว อายุ 8 ขวบ ย้ายมาเรียนที่ จ.นครพนมด้วย

ต่อมาแม่ยาย รู้ข่าวว่า อดีตลูกเขยถูกรางวัลที่ 1 จึงเรียกร้องให้ดูแลดูแลค่าเลี้ยงดูลูกชายที่เป็นลูกติดภรรยา ส่วนตัวเองก็รับได้ เพื่อความสบายใจของ พ่อตาและแม่ยาย แต่ไม่เคยคิดว่า แฟนสาวจะกลับไปคืนดี กับสามีเก่าซึ่งจับได้จากข้อมูลทางโทรศัพท์ มีการพูดคุย และเช็คข้อมูลได้ ว่า แฟนสาวกับไปติดต่อพูดคุย และเคยไปด้วยกัน เมื่อสอบถาม แต่ไม่ยอมรับ จนมีปากเสียงทะเลาะกันหลายครั้ง กระทั่งถึงขณะจะไปรับลูกสาวก็ถามว่าจะไปคืนดีกับสามีก็บอกถามแค่นี้ ภรรยาก็โวยวายจนทะเลาะกันในรถแล้วโทรศัพท์บอกให้แม่กับพี่สาวมา เมื่อมาถึงทางพี่สาวได้โวยวาย ไม่พูดพร่ำใช้ฝ่ามือตบใบหน้าตนไป 1 ที พร้อมรุมกันด่าด้วยคำหยาบคายด้วยอารมณ์ชั่ววูบ จึงชักปืนที่สะพายอยู่ในกระเป๋ากระหน่ำคนทั้งสามชีวิต

“หลังก่อเหตุบอกคนแถวนั้นว่าช่วยโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้ด้วย ก็นั่งรออยู่ในที่เกิดเหตุ ประมาณ 15 นาที เมื่อยังไม่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมา นึกขึ้นได้ว่าลูกสาวไม่มีคนไปรับ จึงบอกคนละแวกนั้นว่าถ้าตำรวจมาบอกด้วยเดี๋ยวมามอบตัว ไปรับลูกสาวที่โรงเรียนก่อน คิดจะยิงตัวตายตาม แต่นึกถึงหน้าลูกสาวว่าจะอยู่กับใคร จึงขอติดคุกรับใช้กรรมที่ก่อ ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาหลบหนีไปไหนทั้งสิ้น”