เปิดชีวิตแรงงานเกาหลี กักตัวที่บ้าน ทำเพื่อครอบครัว และคนที่รัก เพื่อนบ้านเข้าใจ ไม่รังเกียจ

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในเขต อ.เพ็ญ จ.อุดรธษานี ซึ่งที่หมู่บ้านนี้มีแรงงานที่ไปทำงานโรงงาน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ ที่ประเทศเกาหลี เดินทางกลับมาถึง 2 คน โดยคนแรกเป็นหญิงที่เดินทางกลับมา แล้วไปกักตัวอยู่ที่ศูนย์กักกัน กก.ตชด.24 ค่ายเสนีย์รณยุทธ เป็นเวลา 4 วัน 3 คืน ก่อนที่จังหวัดจะปิดศูนย์ฯ แห่งนี้ เมื่อวันที่ 12 มี.ค.


ส่วนอีกรายเป็นชายที่เพิ่งเดินทางมาจากศูนย์กักกันโรค ที่อ่าวดงตาล ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี ก่อนจะเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนาที่ จ.อุดรธานี เมื่อคืนที่ผ่านมา และกักตัวเองที่บ้านได้เพียง 1 คืน ซึ่งแรงงานทั้ง 2 คน เป็นญาติกัน อาศัยบ้านของตัวเองเป็นที่กักตัวเอง ขณะที่คนในบ้านได้ย้ายออกไปอยู่บ้านญาติที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน

โดยบ้านทั้ง 2 หลังที่อยู่ติดกัน นำป้ายเขียนข้อความติดไว้ที่หน้าบ้านว่า “บ้านหลังนี้กลับจากเกาหลี ถึงบ่แม่นผีน้อยก็กักตัวคือเก่า เพื่อความปลอดภัยต่อครอบครัวและสังคมครบ 14 วัน มื้อใด๋ค่อยพ้อกันเด้อครับ มีธุระติดต่อมาได้ (เบอร์โทร) ขอบคุณครับ”

ส่วนอีกหลังติดป้ายข้อความที่หน้าบ้านเช่นกันว่า “บ้านนี้กลับจากเกาหลี อย่าฟ้าวมาถามกินเหล้ากับลาบเด้อ ให้กักตัวครบ 14 มื้อก่อน มีหยังก็ให้โทรมานี้เด้อ (เบอร์โทร) ขอบคุณจ้า” โดยมีนางน้อย นามสมมุติ พี่สาวของแรงงานหญิง และเป็นภรรยาของแรงงานชาย ที่เป็นผู้คอยดูแลหาอาหารและสอบถามอาการ

น.ส.ไหม นามสมมติ แรงงานหญิงที่กักตัวอยู่ เปิดเผยว่า วันนี้กักตัวเองอยู่ที่บ้านเป็นวันที่ 3 แล้ว ตั้งแต่กลับมาจากเกาหลี ก็ถูกกักตัวที่สนามบิน และถูกนำตัวมาส่งที่ค่ายที่อุดรธานี 4 คืน 5 วัน รวมกักตัวเองได้ 8 วันแล้ว ตอนนี้เหลืออีก 6 วัน ก็ตื่นเต้น รอลุ้นอยู่ว่าจะมีอะไรหรือไม่ ซึ่งมาอยู่แบบนี้ เราก็ทำตามคำแนะนำตลอด ทั้งวัดไข้ตอนเช้า ไม่ออกไปสัมผัสผู้คน


น.ส.ไหม กล่าวต่อว่า ตั้งแต่กักตัวมายังไม่มีอาการไข้หรืออาการอื่น เมื่อกลับมากักตัวเองที่บ้าน ได้ติดป้ายเอาไว้ที่หน้าบ้าน เพราะอยากให้คนภายนอกรู้ กลัวเขาจะเข้ามาหาในบ้าน เพราะถึงตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ว่าเราจะเป็นหรือไม่เป็น ก็ป้องกันไว้ก่อน

“เรามากักตัวอยู่ที่บ้านไม่ได้ไปไหน ก็ไม่อึดอัด เพราะว่าเป็นบ้านของตัวเอง ซึ่งพ่อแม่ ญาติและลูก ยอมย้ายไปอยู่ที่อื่นให้เราได้อยู่ที่บ้าน เพื่อให้เราอยู่อย่างสบาย และเพื่อความปลอดภัยด้วย คิดว่าทำแบบนี้เป็นเรื่องที่ดี ส่วนเพื่อนบ้านและคนในหมู่บ้าน ก็มีมาถามข่าวบ้าง แต่ไม่มีใครมาตั้งแง่รังเกียจ เพราะเขาเข้าใจว่า เชื้อมันไม่ได้ติดกันง่าย ส่วนตอนกลางวันกักตัวอยู่ที่บ้าน ก็ดูหนัง ฟังเพลง เล่นโทรศัพท์คุยกับเพื่อน ก็ทำให้เราที่กักตัวอยู่คนเดียวไม่เหงา ไม่คิดมาก”

น.ส.ไหม กล่าวอีกว่า หลังครบ 14 วันที่กักตัวเองแล้ว สิ่งแรกที่จะทำ คือ จะกอดแม่ กอดลูก ขอฝากไปถึงแรงงานที่กลับบ้านกักตัวเอง อย่าไปซีเรียส ไม่ต้องคิดมาก ที่เขาให้ทำแบบนี้ก็ดีแล้ว เป็นผลดีกับคนในครอบครัวของเรา และคนที่เรารักด้วย เพราะตัวเราเองไม่รู้ว่าจะติดโรคนี้มาหรือไม่ รวมทั้งคนรอบข้าง คนในหมู่บ้านได้สบายใจ ส่วนบางคนที่ไม่พอใจโวยวายว่า ทำไมต้องกักตัวด้วย ทำไมต้องเรื่องมาก ก็อยากให้เขาคิดถึงคนในครอบครัวให้มาก ทำอย่างนี้ก็ดีแล้ว เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ขณะที่นายต้อม นามสมมติ แรงงานชายที่กักตัวเองที่บ้าน เปิดเผยว่า เพิ่งมากักตัวเองที่บ้านเมื่อคืนนี้เป็นคืนแรก ตอนนี้สบายดี ทางบ้านได้จัดเตรียมสถานที่ไว้ให้แล้ว ภรรยาของตนไปอาศัยอยู่บ้านญาติพี่น้อง การมากักตัวแบบนี้ตนอยู่ได้สบายมาก แม้ไม่ได้สบายเหมือนเดิม คือเราจะออกไปไหนมาไหนไม่ได้ แต่ก็อยู่ได้ เพราะเหลืออีก 9 วัน ตอนนี้เราก็ทำตามคำแนะนำของหมอที่แนะนำทุกขั้นตอน ก่อนส่งตัวมาบ้าน และไม่มีไข้อะไร ซึ่ง อสม. จะเข้ามาดูแลจนครบกำหนดกักตัว

ส่วนนางน้อย นามสมมติ ภรรยานายต้อม และเป็นพี่สาวของ น.ส.ไหม กล่าวว่า ตนมีหน้าที่ดูแลทั้งน้องสาว และสามี ที่มากักตัวที่บ้าน เรื่องนี้เราไม่หนักใจ เมื่อทราบว่าทั้งน้องสาวและสามีจะกลับมากักตัว ก็ย้ายพ่อไปอยู่ที่กระท่อมนา แม่ไปอยู่บ้านน้องสะใภ้ ซึ่งทุกคนเข้าใจ ถึงอยากจะมากอดลูกก็ต้องรอให้พ้นกำหนด 14 วันก่อน ไม่ได้หนักใจอะไรที่ต้องดูแลคนถึง 2 คน ส่วนเพื่อนบ้านเราก็บอกเขาว่า เชื้อโรคนี้มันไม่ได้ติดกันง่าย ๆ มันจะติดต่อด้วยการสัมผัส แล้วก็น้ำลาย น้ำมูก ถ้าเราไม่ไปสัมผัสโดยตรงก็ไม่เป็นไร ก็ให้อยู่ห่าง ๆ กันไว้ ซึ่งเป็นความรู้จากเจ้าหน้าที่ที่แนะนำมา

นางน้อย กล่าวต่อว่า ทราบว่าวันนี้ก็จะมีแรงงานคนบ้านนี้ที่มาจากไต้หวัน ก็จะกลับมาบ้านมากักตัวอีก ซึ่งคนในหมู่บ้านเราเขาเข้าใจ ไม่มีใครที่จะมาต่อต้านเป็นโชคดีของบ้านเรา ส่วนหลังจากที่สามีและน้องสาวพ้นกำหนดกักตัว ยังไม่ได้คิดว่าจะพากันไปไหน เพราะเขาบอกว่าถึงพ้น 14 วันไปแล้ว ก็อย่าเพิ่งไว้ใจ ก็คงต้องดูอาการต่อไปอีกเรื่อย ๆ และหากจะไปไหนก็คงจะไม่ไปในที่ที่มีคนมาก กลัวคนเขาจะว่าเรา

“ฝากถึงคนที่จะต้องดูแลญาติพี่น้องที่กักตัวที่บ้านว่า ไม่ต้องหนักใจ ให้ดูแลกันไป ให้กำลังใจเขา เพราะว่าเขาเป็นคนที่ไปทำงานหารายได้ให้ครอบครัวของเรา อย่าไปคิดมาก เมื่อเช้าก็บอกสามีไปว่าอย่ามาคิดมาก มีอะไรต้องบอก ถามเขาว่าอึดอัดใจไหม เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร อยู่ได้ ไปอยู่ทำงานที่เกาหลี 4-5 ปีแล้ว มาอยู่แค่นี้มันนิดเดียวเอง” นางน้อยกล่าว