6ล้อตัดหน้า รถกู้ภัยชน สนั่น 2 คันรวด ขณะเร่งนำคนเจ็บส่งรพ.


เมื่อค่ำวันที่ 21 ธ.ค. ร.ต.อ.พงศ์พิเชษฐ ธนพศุตม์กุล ร้อยเวรสอบสวน สภ.อรัญประเทศจ.สระแก้ว รับแจ้งจาก กู้ภัยสว่างเที่ยงธรรมอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ว่า เกิดเหตุรถกู้ภัยสว่างเที่ยงธรรม ที่กำลังนำคนเจ็บจะไปส่งโรงพยาบาลอรัญประเทศ ชนท้ายรถหกล้อถึง 2 คัน

เหตุเกิดบนถนนธนวิถี บริเวณสามแยกบายพาส กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน 12 อรัญประเทศ ตรงข้ามหน้าร้านจำหน่าย สายรัดพลาสติก หรือ สายรัดกล่อง หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบมีรถชนกันถึง 3 คันบริเวณสามแยกพอดี เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังถ่ายคนเจ็บออกจากรถกู้ภัยทั้ง 2 คัน เพื่อรีบนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ทำให้รถติดกันยาวเหยียด

ขณะที่รถที่เกิดเหตุประกอบด้วยรถ 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 70–1684 สระแก้ว รถกู้ภัยสว่างเที่ยงธรรม ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน กง – 2528 กรุงเทพฯมี จ.ส.ท.พนม สาประเสริฐ เป็นคนขับ และคันที่ 3 เป็นรถกู้ภัยสว่างเช่นเดียวกัน ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน นข – 2567 สระแก้ว มีนายเหนือชนก สู่ศรีเมือง เป็นคนขับ

จ.ส.ท.พนม เล่าว่า ตนเองและเพื่อนๆกู้ภัยสว่าง รวม 2 คัน มารับคนเจ็บจากอุบัติเหตุที่บ้านไทยสามารถ โดยรับคนเจ็บมาคันละคน ขณะวิ่งมาถึงสามแยกบายพาส มีรถ 6 ล้อเลี้ยวจากทางด้านซ้ายเพื่อจะไปวัฒนานคร แต่ไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว ตนเบรกไม่ทันจึงพุ่งชนท้ายรถ 6 ล้อ และรถกู้ภัยสว่างเที่ยวธรรม ที่วิ่งตามหลังมาพุ่งเข้าชนท้ายรถที่ตนเองขับมาอย่างจัง

คนเจ็บในรถกู้ภัยทั้ง 2 คนกระเด็นกระดอน ไปคนละทิศละทาง นอกจากนี้ยังมีคนเจ็บเพิ่มอีก 1 คนเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่าง ซึ่งนั่งประกบคนไข้มา กระเด็นไปกระแทกหน้ารถอย่างแรง ทำให้แน่นหน้าอกหายใจไม่ออก ต้องนำตัวเข้าห้องฉุกเฉิน เบื้องต้นคนป่วยที่รถกู้ภัยรับมาทั้ง 2 คน ได้รับบาดเจ็บไม่มากนัก เนื่องจากอยู่ในเปลและมีเข็มขัดรัดไว้

ด้านนายฝน คล้ายเพชร อายุ 39 ปี คนขับ 6 ล้อให้การว่า ขับรถบรรทุกอาหารสัตว์ไปส่งที่อำเภอโคกสูง หลังลงอาหารสัตว์เสร็จแล้วก็จะขับรถกลับไปที่ร้านที่อำเภอวัฒนานคร ขณะขับมาถึงสามแยกดังกล่าว ตนเองหักหลบรถอ้อย ทำให้รถกู้ภัยที่วิ่งตามหลังมาพุ่งเข้ามาชนท้ายดังกล่าว

ด้านร.ต.อ.พงศ์พิเชษฐ กล่าวว่า ถ้านายฝนคนขับรถ 6 ล้อ เลี้ยวรถกะทันหัน โดยไม่คำนึกถึงรถที่วิ่งตามหลังมา และเป็นรถกู้ภัยวิ่งรับคนป่วยและเปิดไซเรน อีกด้วย ก็ต้องดำเนินคดีข้อหา ขับรถโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย ซึ่งจะต้องสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป