ฟังจากปาก นศ.สาว นาทีถูกพี่ชายบุกปล้ำ-กาวหยอดตา ทำกันได้ทั้งที่เคยติดหนี้บุญคุณ


 

 

 

 

 

 

 

 

 

จากการคนร้ายบุกเข้าไปหวังขืนใจ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี นักศึกษาชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งเเถวร้านจำหน่ายสายรัดพลาสติก สายรัดกล่องราคาถูก พื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แล้วถูกกาวตาช้างหยอดตาจนได้รับบาดเจ็บ ระหว่างนั้น น.ส.เอ ได้ร้องขอความเมตตา จนคนร้ายใจอ่อน เปลี่ยนใจไม่ข่มขืนแล้วหยิบโทรศัพท์ของ น.ส.เอ หลบหนีไป ต่อมาไม่นานตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้ ซึ่งเป็นพี่ชายต่างพ่อของ น.ส.เอ ทราบชื่อคือ นายมาโนชญ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ก่อนถูกส่งตัวดำเนินคดี เหตุเกิดวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 15 ส.ค. น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี ผู้เป็นแม่พร้อมด้วย น.ส.เอ เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับ ร.ต.อ.โรมรัน ศรีไกรภักดิ์ รอง สว.(สอบสวน) เจ้าของคดี โดยมี พ.ต.อ.ชิดเดชา สองห้อง ผกก.สภ.หนองปรือ ร่วมสังเกตการณ์

น.ส.เอ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนนอนหลับตั้งแต่ช่วงเที่ยงภายในบ้าน ระหว่างนั้นก็รู้สึกว่ามีของเหลวร้อนๆ โดนที่ตาขวา จึงพยายามลืมตาและลุกขึ้นดู แต่ลุกไม่ได้เพราะคนร้ายนั่งค่อมที่บริเวณลำตัว ก่อนเอาผ้าน่วมมาคลุมที่หัว ซึ่งคนร้ายพูดจาไม่รู้เรื่อง พูดเป็นคำๆ ลักษณะคล้ายคนงานต่างด้าว และไม่คิดว่าจะเป็นพี่ชาย จากนั้นก็ถามหาเชือก ตนบอกในบ้านไม่มีให้ไปเอาที่ห้องเก็บของ ตนเลยบอกว่าเอาสายชาร์จมัดแทนได้ไหม แต่อย่าทำร้ายจะเอาทรัพย์สินอะไรเดี๋ยวพาไป

จากนั้นคนร้ายได้พาตนไปยังห้องนอน ก่อนนำผ้า สายชาร์จ รวมทั้งสายเสื้อชั้นในมามัดตนเพิ่มอีก พร้อมกับขังไว้ในห้องน้ำ หลังจากนั้นไม่นานคนร้ายได้เข้ามาในห้องน้ำแล้วสั่งให้ตนยืนแต่ตนยืนไม่ได้เพราะถูกมัดขาอยู่ คนร้ายจึงแก้มัดให้ก่อนจะสั่งให้นั่งลงกับพื้นแล้วพยายามถอดกางเกงตนออก ด้วยความตกใจจึงส่งเสียงร้อง คนร้ายจึงหยุดพร้อมกับหยิบมือถือวิ่งหลบหนีไป เมื่อตนแก้มัดเองได้จึงเดินออกมาแล้วพบกับพี่ชาย แล้วขอยืมมือถือโทรหาแม่ ซึ่งในตอนแรกคิดสงสัยว่าคนร้ายคือพี่ชายเหมือนกัน เนื่องจากเสื้อที่คนร้ายใส่คล้ายที่แม่เคยซื้อให้พี่ชาย และกางเกงคนร้ายก็ดูคุ้นตาเหมือนที่พี่ชายใส่นอนประจำ

ด้าน น.ส.บี เปิดเผยว่า ลูกชาย ได้มาขออาศัยกับตนเพียง 2 อาทิตย์ เนื่องจากมาทำงานเกี่ยวกับตอกเสาเข็มในพื้นที่ และที่โครงการก่อสร้างไม่มีบ้านพักเลยให้มานอนพักที่บ้านกับเพื่อนคนอีก 1 คน ตั้งแต่ที่มาอยู่ไม่มีพฤติกรรมส่อในทางที่ไม่ดีให้เห็นแต่อย่างใด ทั้งที่มีคนเคยมาเล่าให้ฟังถึงพฤติกรรมดังกล่าว ตนไม่เห็นกับตาจึงไม่เชื่อ จนกระทั่งมาเกิดเหตุขึ้นกับลูกสาว ทำให้ตนรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนพูดอะไรไม่ถูก ส่วนการดำเนินคดีเอาผิดนั้น เพราะไม่อยากให้เขาไปก่อเหตุกับคนอื่นอีก ด้านความสัมพันธ์ของแม่-ลูก ตนไม่ได้ตัดขาด แต่ให้ต่างคนต่างอยู่ เพราะคุณเป็นตัวอันตรายกับครอบครัวเรา ซึ่งถือว่าโชคดีที่ไม่มีเหตุการณ์อะไรที่ร้ายแรงและเกินเลยไปมากกว่านี้

น.ส.บี กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ลูกชาย โดนจับเสพยา น้องสาวคนนี้ก็เป็นผู้เซ็นรับรองในการประกันตัวออกมา ซึ่งตัวลูกชายเองยังกล่าวว่า ติดหนี้บุญคุณน้องสาวอย่างมาก จึงไม่คาดคิดว่าจะมาก่อเหตุทำร้ายอย่างนี้ ส่วนอาการของลูกสาวขณะนี้อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ถึงขั้นตาบอด เนื่องจากกาวได้เข้าถูกตาดำเพียงเล็กน้อย

ขณะที่ พ.ต.อ.ชิดเดชา เปิดเผยว่า แนวทางการสืบสวนเริ่มจากผู้เสียหายมีไหวพริบสามารถจดจำลักษณะตำหนิต่างๆ ของคนร้ายได้ เจ้าหน้าที่จึงมุ่งเป้าไปที่ผู้ต้องหา จากการตรวจสอบจึงพบคราบกาวที่มือ ซึ่งสัมพันธ์กับพฤติกรรมการก่อเหตุ นอกจากนี้ภาพวงจรปิดพบว่ามีเพียงผู้ต้องหาที่เดินเข้าออกบริเวณบ้านเพียงคนเดียว ซึ่งตัวบ้านมีทางเข้าออกเพียงทางเดียว และไม่พบร่องรอยการงัดแงะบริเวณอื่น หลังจากนำตัวผู้ต้องหาไปสอบเค้นจนสารภาพ พร้อมพาตำรวจไปเอาโทรศัพท์มือถือที่ซ่อนอยู่ในบ้าน เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา ชิงทรัพย์ กักขังหน่วงเหนี่ยว และเสพสารเสพติดประเภทที่ 1 (ยาบ้า)